Login or Register to make a submission.

As part of the submission process, authors are required to check off their submission's compliance with all of the following items, and submissions may be returned to authors that do not adhere to these guidelines.

  • The submission has not been previously published, nor is it before another journal for consideration (or an explanation has been provided in Comments to the Editor).
  • The submission file is in OpenOffice, Microsoft Word, or RTF document file format.
  • Where available, URLs for the references have been provided.
  • The text is single-spaced; uses a 12-point font; employs italics, rather than underlining (except with URL addresses); and all illustrations, figures, and tables are placed within the text at the appropriate points, rather than at the end.
  • The text adheres to the stylistic and bibliographic requirements outlined in the Author Guidelines.

การเตรียมต้นฉบับ 


       การเขียนต้นฉบับควรใช้ภาษาไทยให้มากที่สุด ยกเว้นคำภาษาอังกฤษที่แปลไม่ได้หรือแปลแล้วได้ใจความไม่ชัดเจน พิมพ์บนกระดาษ A4 ใส่เลขหน้าทุกหน้า โดยใช้โปรแกรม Microsoft Word 2010 ใช้ตัวอักษร TH SarabunPSK 16 แบบคอลัมน์เดียวปกติ ไม่ต้องกั้นหลัง ในกรณีที่มีภาพประกอบ ให้ส่งไฟล์ภาพมาให้ด้วย  เนื้อเรื่องไม่เกิน 8 หน้าต่อ 1 เรื่อง กำหนดการส่งเรื่อง ต้องส่งภายในไม่เกินวันที่ 15 เดือนแรกของวารสารฉบับที่กำลังจะตีพิมพ์  เช่น วารสารฉบับ มกราคม - เมษายน ส่งต้นฉบับไม่เกิน 15  เท่านั้น  โดยระบุชื่อ ตำแหน่ง หน่วยงาน สังกัด เบอร์โทรของโรงพยาบาล/มือถือ  อีเมล์ของตนเองและผู้ประสานงาน  ใช้ในกรณีที่ไม่สามารถติดต่อผู้นิพนธ์ได้  มาให้ครบถ้วน หลังจากวารสารเผยแพร่แล้ว จะนำ ไฟล์ขึ้นเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ต โดยสามารถสืบค้นได้ที่ 


เวปไซด์ โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา https://ayhosp.go.th


เวปไซด์วารสาร  https://thailand.digitaljournals.org/index.php/index


ชื่อเรื่อง    :   ควรสั้นกะทัดรัดให้ได้ใจความครอบคลุมตรงกับวัตถุประสงค์และเนื้อเรื่อง ชื่อเรื่องต้องมี


                 ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ


ชื่อผู้เขียน  :  ชื่อผู้แต่งไม่ต้องมีตำแหน่งทางวิชาการประกอบ ให้ใส่ปริญญาหรือคุณวุฒิสูงสุด และสถานที่


                 ทำงานทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ


บทคัดย่อ  :   คือการย่อเนื้อหาสำคัญ เอาเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น ระบุตัวเลขทางสถิติที่สำคัญ ใช้ภาษา


                 รัดกุม ความยาวไม่เกิน 15 บรรทัด หรือ 250 คำ มีส่วนประกอบ คือ วัตถุประสงค์ วัสดุ


                 และวิธีการ ผลการศึกษา วิจารณ์หรือข้อเสนอแนะ (อย่างย่อ) ไม่ต้องมีเชิงอรรถอ้างอิง


                 เอกสารอยู่ในบทคัดย่อ บทคัดย่อต้องเขียนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษโดยเขียนบทคัดย่อ


                 ตามแบบมาตรฐาน Structured abstract ตามตัวอย่างท้ายบท


คำสำคัญ (Keyword) :    ให้ระบุไว้ท้ายบทคัดย่อทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ 3-5 คำ


บทนำ         : อธิบายความเป็นมา และความสำคัญของปัญหาที่ทำการวิจัยค้นคว้าของผู้อื่นที่เกี่ยวข้อง


วัตถุประสงค์ : วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1-2 ประโยค


วัสดุและวิธีการ : อธิบายวิธีการดำเนินการวิจัย โดยกล่าวถึงแหล่งที่มาของข้อมูล วิธีการรวบรวมข้อมูล


                       วิธีการเลือกสุ่มตัวอย่าง และการใช้เครื่องมือช่วยในการวิจัย ตลอดจนวิธีการวิเคราะห์


                       ข้อมูลหรือใช้หลักสถิติมาประยุกต์


พิทักษ์สิทธิและจริยธรรมการวิจัย :


                งานวิจัยของท่าน ต้องผ่านคณะกรรมการพิทักษ์สิทธิและจริยธรรมการวิจัยของหน่วยงาน


ท่านมาให้เรียบร้อย และนำมาใส่ก่อนหัวข้อผลการศึกษา หรือผลการวิจัย มีรายละเอียดดังนี้


พิทักษ์สิทธิและจริยธรรมการวิจัย


        การวิจัยครั้งนี้ผ่านการพิจารณาและได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมเกี่ยวกับการวิจัย ในมนุษย์ของโรงพยาบาล................/สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด................


ผลการศึกษา : อธิบายสิ่งที่ได้พบจากการวิจัย โดยเสนอหลักฐานและข้อมูลอย่างเป็นระเบียบ พร้อมทั้ง


                    แปลความหมายของผลที่ค้นพบหรือวิเคราะห์ แล้วพยายามสรุป เปรียบเทียบกับสมมติฐาน


                    ที่วางไว้


วิจารณ์ :   ควรเขียนอภิปรายผลการวิจัยว่าเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้หรือไม่เพียงใด และควรอ้างอิง


               ถึงทฤษฎี หรือผลการดำเนินงานของผู้อื่นที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย


สรุป:        ควรเขียนสรุปเกี่ยวกับความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ ขอบเขต


               การวิจัย วิธีการวิจัยอย่างสั้นๆ รวมทั้งผลการวิจัย (สรุปให้ตรงประเด็น) และข้อเสนอแนะ


               ที่อาจนำผลการวิจัยไปใช้ให้เป็นประโยชน์ หรือให้ขอเสนอแนะประเด็นปัญหาทีสามารถปฏิบัติ


               ได้สำหรับการวิจัยต่อไป


กิตติกรรมประกาศ :  เขียนขอบคุณสั้นๆ ต่อผู้วิจัยร่วมและผู้ร่วมทำการวิจัยทุกคน และขอบคุณหน่วยงานหรือ


                           บุคคลที่สนับสนุนการวิจัยทั้งด้านวิชาการและด้านทุนวิจัย ส่วนนี้จะมีหรือไม่ก็ได้


เอกสารอ้างอิง : ผู้เขียนต้องรับผิดชอบในความถูกต้องของเอกสารอ้างอิง การอ้างอิงเอกสารใช้ระบบ


                     Vancouver Reference ที่อ้างถึงต้องไม่เกิน 10 ปี



  1. 1. การอ้างอิงเอกสารใด ให้ใช้เครื่องหมายเชิงอรรถเป็นหมายเลข โดยใช้หมายเลข สำหรับ


                         เอกสารอ้างอิงอันดับแรกและเรียงต่อไปตามลำดับ ให้จดเรียงตามเนื้อหาของเอกสารอ้างอิง


                         ไม่ใช่เรียงตามอักษรของผู้นิพนธ์ แต่ถ้าต้องอ้างอิงให้ใช้หมายเลขเดิม



  1. 2. เอกสารอ้างอิงหากเป็นวารสารภาษาอังกฤษ ให้ใช้ชื่อย่อวารสารตามหนังสือ Index


                         Medicus


ตัวอย่างการเขียนบทคัดย่อมาตรฐานแบบใหม่ (Structured abstract)


บทคัดย่อมาตรฐานแบบใหม่เป็นบทคัดย่อ  ที่แสดงถึงขั้นตอนในการศึกษาวิจัยโดยสรุป ช่วยให้อ่าน


เข้าใจง่าย ควรจัดทำเป็นร้อยแก้วย่อหน้าเดียว สรุปสาระสำคัญของงานวิจัยไว้อย่างครบถ้วน ไม่แบ่งเป็นข้อ


โดยเนื้อหาใจความสำคัญประกอบด้วย


 Problem/background: ปัญหา/เหตุผลของการทำวิจัย


 Research question/objective : เป้าหมาย/คำถาม


 Setting: ประเภทโรงพยาบาล/คลินิก


 Research design: Case report, retrospective, prospective, randomized trial


 Patients/material: การคัดเลือกผู้ป่วย/สัตว์ทดลอง


 Methods (intervention/measurement/statistics)   : วิธีการทำวิจัย วัดผลและวิเคราะห์ทางสถิติ


 Results: ผลการศึกษา


 Conclusion: สรุป


 Keywords: คำสำคัญ ดัชนีเรื่อง


 รูปแบบการเขียนเอกสารอ้างอิง


          การอ้างอิงเอกสารใช้ระบบแวนคูเวอร์ (Vancouver style) โดยใส่ตัวเลขในวงเล็บหลังข้อความหรือ


หลังชื่อบุคคลเจ้าของข้อความที่อ้างอิงอันดับแรกและเรียงต่อไปตามลำดับ ถ้าต้องการอ้างอิงซ้ำให้ใช้หมายเลขเดิม   ห้ามใช้คำย่อในเอกสารอ้างอิง ยกเว้นชื่อต้นและชื่อวารสารบทความที่บรรณาธิการรับตีพิมพ์แล้วแต่ยังไม่เผยแพร่ให้ระบุ “กำลังพิมพ์” บทความที่ไม่ได้ตีพิมพ์ให้แจ้ง “ไม่ได้ตีพิมพ์” หลีกเลี่ยง “ติดต่อส่วนตัว” มาใช้อ้างอิง เว้นแต่มีข้อมูลสำคัญมากที่หาไม่ได้ทั่วๆ ไป ให้ระบุชื่อและวันที่ติดต่อในวงเล็บท้ายชื่อเรื่องที่อ้างอิง


           ชื่อวารสารในการอ้างอิง ให้ใช้ชื่อย่อตามรูปแบบของ U.S. National Library of Medicine ที่ตีพิมพ์


ใน Index Medicus ทุกปี หรือในเว็บไซต์ https://www.ncbi.nlm.nih.gov/nlmcatalog/journals


 


 


การเขียนเอกสารอ้างอิงในวารสารวิชาการ มีหลักเกณฑ์ ดังนี้



  1. 1. วารสารวิชาการ


ลำดับที่. ชื่อผู้นิพนธ์. ชื่อบทความ.  ชื่อวารสาร ปีที่พิมพ์;ปีที่:หน้าแรก-หน้าสุดท้าย.


- วารสารภาษาไทย ชื่อผู้นิพนธ์ให้ใช้ชื่อเต็มทั้งชื่อและชื่อสกุล ชื่อวารสารเป็นชื่อเต็มที่ปรากฏที่หน้าปก


          - วารสารภาษาอังกฤษใช้ชื่อสกุลก่อน ตามด้วยอักษรย่อตัวหน้าตัวเดียวของชื่อต้นและชื่อกลางถ้ามี


ผู้นิพนธ์มากกว่า 6 คน ให้ใส่ชื่อเพียง 6 คนแรก คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค (comma,) แล้วตามด้วย et al.


          - ชื่อบทความภาษาอังกฤษใช้อักษรตัวใหญ่ (Capital letter) เฉพาะตัวแรกและชื่อเฉพาะ นอกนั้น


ให้ใช้อักษรตัวเล็กทั้งหมด เมื่อจบชื่อบทความให้ใส่เครื่องหมายมหัพภาค (Fullstop.)


          - ชื่อวารสารภาษาอังกฤษใช้ชื่อย่อตามแบบของ lndex Medicus หรือตามแบบที่ใช้ในวารสารนั้นๆ


เลขหน้าสุดท้ายใส่เฉพาะเลขท้ายตามตัวอย่างดังนี้


1.1 เอกสารจากวารสารวิชาการผู้แต่งเกิน 6 คน ให้ใส่ 6 คนแรกตามด้วย et al.



  1. 1. วิทยา สวัสดิวุฒิพงศ์ , พัชรี  เงินตรา, ปราณี   มหาศักดิ์พันธ์ , ฉวีวรรณ  เชาวกีรติพงศ์ , ยุวดี  ตาทิพย์.


        การสำรวจความครอบคลุมและการใช้บริการตรวจหามะเร็งปากมดลูกในสตรี  อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก


        ปี 2540. วารสารวิชาการสาธารณสุข 2541;7:20-6.



  1. 2. Parkin DM, Clayton D,  Black RJ,  Masuyer E,  Friedl HP,  lvanov E, et al.  Childhood


       leukaemiaa  in  Europe after Chernobyl:5 year follow-up. Br J Cancer 1996;73:1006-12.


1.2 องค์กรเป็นผู้นิพนธ์หน่วยงานย่อยขึ้นก่อน หน่วยงานหลัก


     คณะผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย.    เกณฑ์การวินิจฉัยและแนวทางการประเมิน


     การสูญเสียสมรรถภาพทางกายของโรคระบบการหายใจเนื่องจากการประกอบอาชีพ. แพทยสภาสาร


     2538;24:190-204.


1.3 ไม่มีชื่อผู้นิพนธ์ให้เขียนชื่อบทความเป็นส่วนแรกได้เลย


     Cancer in south Africa (editorial). S Afr Med J 1994;84:15.


1.4 บทความในฉบับแทรกให้เขียนฉบับพิเศษไว้ในวงเล็บ



  1. 1. วิชัย ตันไพจิตร. สิ่งแวดล้อม โภชนาการกับสุขภาพ.   ใน: สมชัย บวรกิตติ, จอร์น ลอฟทัส,


       บรรณาธิการ. เวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม. สารศิริราช 2539;48 (ฉบับผนวก):153-61.


1.5 ระบุประเภทของบทความให้แสดงประเภทของเอกสารในเครื่องหมายวงเล็บ



  1. 1. บุญเรือง นิยมพร, ดำรง เพ็ชรพลาย, นันทวัน พรหมผลิน, ทวี บุญโชติ, สมชัย บวรกิตติ,


        ประหยัด ทัศนภรณ์. แอลกอฮอล์กับอุบัติเหตุบนท้องถนน (บทบรรณาธิการ). สารศิริราช


        2539;48:616-20.



  1. 2. Enzensberger W, Fischer PA. Metronome in Parkinson’s disease(letter). Lancet


       1996;347:1337.


 


 



  1. หนังสือ ตำรา หรือรายงาน


    2.1.  หนังสือหรือตำราผู้นิพนธ์เขียนทั้งเล่ม


            ลำดับที่. ชื่อผู้นิพนธ์. ชื่อหนังสือ. ครั้งที่พิมพ์. เมืองที่พิมพ์:สำนักพิมพ์;ปีที่พิมพ์. (ถ้าพิมพ์


            ครั้งที่ 1 ไม่ต้องใส่)


           - หนังสือแต่งโดยผู้นิพนธ์



  1. 1. ธงชัย สันติวงษ์. องค์การและการบริหาร ฉบับแก้ไขปรับปรุง. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ:


          ไทยวัฒนาพานิช;2535.



  1. 2. Ringsven MK, Bond D. Gerontology and leadership skills for nurses. 2 ed.


          Albany (NY): Delmar Publishers;1996.


        - หนังสือมีบรรณาธิการ



  1. 1. วิชาญ วิทยาศัย, ประคอง วิทยาศัย, บรรณาธิการ. เวชปฏิบัติในผู้ป่วยติดเชื้อเอดส์.


          กรุงเทพฯ:มูลนิธิเด็ก;2535.



  1. 2. Norman lJ, Redfern SJ, editors. Mental health care for elderly people.


          New York:Churchill Livingstone;1996.


      2.2 บทหนึ่งในหนังสือหรือตำรา


           ลำดับที่. ชื่อผู้นิพนธ์. ชื่อเรื่อง. ใน:ชื่อบรรณาธิการ, บรรณาธิการ. ชื่อหนังสือ. ครั้งที่พิมพ์


           เมืองที่พิมพ์:สำนักพิมพ์;ปีที่พิมพ์.หน้า(หน้าแรก-หน้าสุดท้าย)



  1. 1. เกรียงศักดิ์ จีระแพทย์.   การให้สารน้ำและเกลือแร่. ใน:มนตรี ตู้จินดา, วินัย สุวัตถี, อรุณ


       วงษ์จิราษฎร์, ประอร ชวลิตธำรง, พิภพ จิรภิญโญ, บรรณาธิการ. กุมารเวชศาสตร์. พิมพ์


       ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ:เรือนแก้วการพิมพ์:2540. หน้า 424-7.



  1. 2. Phillips SJ, Whisnant JP. Hypertension and stroke. In:Laragh JK, Brenner BM,


       editors. Hypertension:pathophysiology, diagnosis, and management. 2 nd ed.


       New York:Raven Press;1995.p.465-78.


 



  1. รายงานการประชุม สัมมนา


ลำดับที่. ชื่อบรรณาธิการ, บรรณาธิการ. ชื่อเรื่อง. ชื่อการประชุม; วัน เดือน ปี ประชุม; สถานที่


จัดประชุม. เมืองที่พิมพ์:สำนักพิมพ์:ปีที่พิมพ์.



  1. 1. อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล, งามจิตต์ จันทร์สาธิต, บรรณาธิการ. นโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ. เอกสาร


    ประกอบการประชุมวิชาการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ครั้งที่ 2 เรืองส่งเสริมสุขภาพ: บทบาทใหม่


    แห่งยุคของทุกคน; 6-8 พฤษภาคม 2541; ณ โรงแรมโบ๊เบ๊ทาวเวอร์. กรุงเทพฯ:ดีไซร์;2541



  1. 2. Kimura J, Shibasaki H, editors. Recent advances in clinical neurophysiology.


     Proceedings of the 10th lnternational Congress of EMG and Clinical Neurophysiology;


    1995 Oct 15-19; Kyoto,  Japan.  Amaterdam: Elsevier;1996


 









รายงานการวิจัย พิมพ์โดยผู้ให้ทุน



 


 



  1. รายงานการวิจัย พิมพ์โดยผู้ให้ทุน


 


ลำดับที่. ชื่อผู้นิพนธ์. ชื่อเรื่อง. เมืองที่พิมพ์:หน่วยงานที่พิมพ์/แหล่งทุน;ปีที่พิมพ์.เลขที่รายงาน.



  1. 1. ศุภชัย คุณารัตนพฤกษ์, ศุภสิทธิ์ พรรณนารุโณทัย. การพัฒนากลไกการจ่ายเงินที่มีประสิทธิภาพ


   ในระบบสาธารณสุขด้วยกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม. กรุงเทพฯ:กองโรงพยาบาลภูมิภาค/สถาบันวิจัย


   สาธารณสุขไทย/องค์การอนามัยโลก;2540.



  1. 2. Smith P, Golladay K. Payment for durable medical equipment billed during skilled


   nursing facillity stays. Final report. Dallas (TX):Dept. of Health and Human Services


   (US), Office of Evaluation and lnspections;1994. Report No. HHSIGOEI69200860.


 



  1. วิทยานิพนธ์









ลำดับที่. ชื่อผู้นิพนธ์. ชื่อเรื่อง(ประเภทปริญญา). เมืองที่พิมพ์:มหาวิทยาลัย;ปีที่ได้ปริญญา.


1. ชยมัย ชาลี. ต้นทุนในการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลรัฐบาล: ศึกษาเฉพาะกรณีตัวอย่าง


   4 โรงพยาบาลในเขตกรุงเทพมหานคร (วิทยานิพนธ์ปริญญาเศรษฐศาสตร์ มหาบัณฑิต ).


   กรุงเทพฯ:จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย;2530.


2. Kaplan SJ. Post-hospital home helth care: the elderly’s access utilization (dissertation).



      St. Louis (MO):Washington Univ; 1995.


 



  1. สื่ออิเล็กทรอนิกส์


1 บทความจากวารสารบนอินเตอร์เน็ต


    ลำดับที่. ชื่อผู้นิพนธ์. ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร [ประเภทของสื่อ] ปีที่พิมพ์ (เข้าถึงเมื่อ/cited


    ปีเดือนวันที่); ปีที่(เล่มที่):(จำนวนภาพ). เข้าถึงได้จาก/Available from: https://......



  1. 1. Morse SS. Factors in the emergence of infectious diseases. Emerg lnfect Dis


       (Serial online) 1995 Jan-Mar (cited 1996 Jun 5);1(1):(24 screens). Available


       from: URL:https://www.cdc.gov/ncidod/EID/eid.htm



  1. 2. จิราภรณ์ จันทรจร. การเขียนรายการอ้างอิงในเอกสารวิชาการทางการแพทย์ [อินเทอร์เน็ต]


       กรุงเทพฯ: คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551 [เข้าถึงเมื่อ 18 ต.ค. 2554]


       เข้าถึงได้จาก: http:www...........


6.2 รายงานวิจัยในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์



  1. 1. CDI. clinical dermatology illustrated (monograph on CD-ROM). Reeves JRT,


        Maibach H. CMEA : Multimedia Group, producers. 2nd ed. Version 2.0. San Diego:


       CMEA;1995.


6.3 แฟ้มข้อมูลคอมพิวเตอร์



  1. 1. Hemodyanmics III:the ups and down of hemodynamics (computer program).


       Version 2.2 Orlando (FL):Computerized Educational Systems;1993.


 


 


คำแนะนำสำหรับผู้เขียนบทความลงในวารสารสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย


บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารนี้ เป็นบทความวิชาการ ทางด้านเวชศาสตร์ป้องกันในสาขาต่างๆ อาทิเช่น


ด้านอาชีวเวชศาสตร์ สุขภาพจิตชุมชน ระบาดวิทยา ระบาดวิทยาคลินิก และงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง แบ่งออกเป็น 10 ประเภท คือ


  1. รายงานวิจัย (RESEARCH ARTICLE)


    เป็นรายงานผลการค้นคว้าวิจัยของผู้เขียน ซึ่งไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารอื่น การเขียนเป็นบทหรือตอนตามลำดับดังนี้ บทคัดย่อ คำสำคัญ 3-5 คำ บทนำ วัตถุประสงค์ วัสดุ (หรือผู้ป่วย) และวิธีการ


    ผลการศึกษา วิจารณ์ สรุป กิตติกรรมประกาศ เอกสารอ้างอิง


2. บทรายงานเบื้องต้น (PRELIMINARY REPORT)


    เป็นรายงานการค้นคว้าวิจัยหรือการสังเกตขั้นต้น ที่ต้องการรายงานให้ผู้อื่นทราบโดยเร็ว แต่ยังไม่มี


    รายละเอียดเพียงพอที่จะเขียนเป็นบทรายงานที่สมบูรณ์ได้ความยาวไม่เกิน 2,000 คำ ตารางหรือภาพไม่


    เกิน 2 และเอกสารอ้างอิงไม่เกิน 15 รายการ


3. บทความฟื้นวิชาการ (REVIEW ARTICLE)


    ควรเป็นบทความที่ให้ความรู้ใหม่ รวบรวมสิ่งตรวจพบใหม่ หรือเรื่องที่น่าสนใจที่ผู้อ่านนำไปประยุกต์ได้


    หรือเป็นบทความวิเคราะห์สถานการณ์โรคต่างๆ ประกอบด้วย บทนำ ความรู้หรือข้อมูลเกี่ยวกับ


    เรื่องที่นำมาเขียนวิจารณ์หรือวิเคราะห์ สรุปเอกสารอ้างอิงที่ค่อนข้างทันสมัย


4. รายงานผู้ป่วย (CASE REPORT)


    เป็นรายงานผลการศึกษาจากผู้ป่วย ซึ่งไม่เคยตีพิมพ์จากวารสารอื่นมาก่อน ควรประกอบด้วยบทคัดย่อ


    เป็นภาษาอังกฤษและภาษาไทย บทนำ รายงานผู้ป่วย วิจารณ์ ข้อคิดเห็น สรุปและเอกสารอ้างอิง


5. case study  เพิ่ม  ....................................................


6. บทบรรณาธิการ (EDITORLAL)


    เป็นบทความที่เขียนวิจารณ์บทความใดบทความหนึ่งที่อยู่ในวารสารฉบับนั้น รวมทั้งเพิ่มเติมความรู้


    ใหม่ๆ เพื่อทำให้บทความที่วิจารณ์นั้นสมบูรณ์ยิ่งขึ้น หรือบทความอื่นใดที่บรรณาธิการเห็นสมควร


 

The names and email addresses entered in this journal site will be used exclusively for the stated purposes of this journal and will not be made available for any other purpose or to any other party.