วารสารวิชาการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สจล. //tci-thaijo.org/index.php/archkmitl เป็นวารสารที่พิมพ์เพื่อเผยแพร่ความรู้ ความก้าวหน้าทางผลงานวิชาการและการ วิจัยทางสาขาการออกแบบ สถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรมภายใน ศิลปอุตสาหกรรม นิเทศศิลป์ ศิลปกรรม และการวางแผนภาคและเมือง en-US วารสารวิชาการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สจล. 0125-5134 <a href="http://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0/" rel="license"><img style="border-width: 0;" src="https://i.creativecommons.org/l/by-nc-sa/4.0/88x31.png" alt="Creative Commons License" /></a><br />This work is licensed under a <a href="http://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0/" rel="license">Creative Commons Attribution-NonCommercial-ShareAlike 4.0 International License</a>. การออกแบบและก่อสร้างบ้านรูปแบบจอร์เจียนในภูมิอากาศร้อนชื้น: Georgian House Design and Construction in Tropical Climate //tci-thaijo.org/index.php/archkmitl/article/view/92355 <p><strong>บทคัดย่อ</strong></p><p>       งานออกแบบและก่อสร้างงานสถาปัตยกรรมในรูปแบบจอร์เจียนนั้น โดยส่วนใหญ่จะเป็นอาคารที่อยู่ในพื้นที่เขตหนาวและดูมีเอกลักษณ์ของประเทศอังกฤษ หรือในดินแดนทางตอนเหนือของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นรูปแบบที่เริ่มมีในสมัยพระเจ้าจอร์จที่ 4 ของประเทศอังกฤษในช่วงปี ค.ศ. 1700 ถึง ค.ศ. 1830 ผ่านมาถึงปีปัจจุบัน พ.ศ. 2560 กว่าสองร้อยกว่าปีการออกแบบงานสถาปัตยกรรมรูปแบบนี้ในประเทศไทย ที่มีสภาพอากาศแตกต่าง รวมถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนั้น ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับงานเดิม นับเป็นความท้าทาย รวมถึงต้องปรับกระบวนการออกแบบและการก่อสร้าง<br />ให้มีความเหมาะสมกับภูมิอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย</p><p>       ในกระบวนการออกแบบนั้นจะนำรูปลักษณ์ภายนอก รวมถึงวัสดุให้มีความคล้ายคลึงกับของเดิมมาปรับใช้ แต่การออกแบบรายละเอียดนั้นได้ปรับให้เหมาะสมกับยุคปัจจุบัน เช่น การออกแบบผนังบ้านสองชั้นเพื่อป้องกันอุณหภูมิอากาศร้อนไม่ให้ไหลเข้ามา มีความแตกต่างจากเมืองนอกที่ป้องกันอุณหภูมิอากาศเย็นไม่ให้เข้ามาภายใน การใช้ระบบปิด ภายในอาคารเพื่อควบคุมอุณหภูมิ รวมถึงความชื้น และก็ได้ออกแบบระบบที่สามารถเปลี่ยนถ่ายอากาศให้มีความบริสุทธิ์อยู่เสมอ การใช้ปล่องควันไฟบนหลังคาเพื่อระบายความร้อนที่เกิดขึ้นในชั้นใต้หลังคาเพื่อทำให้บ้านเย็นลง รวมถึงเทคนิควิธีการอื่นๆ ที่นำมาใช้เพื่อใช้กับสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย งานก่อสร้างก็เช่นเดียวกันก็จำเป็นที่จะต้องปรับวิธีการเพื่อให้มีความเหมาะสม เช่น การใช้โครงสร้างเสาและคาน แทนการใช้กำแพงก่อรับน้ำหนัก การตอกเข็มเนื่องจากสภาพดิน ฯลฯ</p><p>       การที่ได้ทำงานออกแบบจริงนั้นเป็นความจำเป็นในสายวิชาชีพ โดยเฉพาะการเป็นผู้สอน เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ในการทำงานวิชาชีพสถาปัตยกรรมตั้งแต่การคุยงานกับลูกค้า คุยกับวิศวกร รวมถึงผู้รับเหมา และดูแลแก้ไขงานจนสำเร็จลุล่วง สำหรับงานชิ้นนี้ เป็นอีกหนึ่งงานที่ได้เรียนรู้และสร้างสรรค์งานสถาปัตยกรรมรูปแบบจอร์เจียนในประเทศไทย</p><p><strong>คำสำคัญ:</strong> สถาปัตยกรรมจอร์เจียน การออกแบบบ้าน การก่อสร้าง ภูมิอากาศร้อนชื้น แนวคิดในการออกแบบ<br /><br /><strong>Abstract</strong></p><p>       Architectural design and construction on Georgian House which the style is the British and style of the Northern part of the United State of America, especially built in the cold climate. This architectural style originate from King George 4th of England, during 1700-1830 AD. This style has been well known for more than 200 years. Design and build this style of Architecture in Thailand requires adjustment, because the weather is completely different, form the cold climate to the tropical zone. It is a challenge in the design process and the building technique to fit in the tropical climate.</p><p>       During the design process, the main character of Georgian has been used through out. The adaptation of double wall thickness has been used for protection from the hot sun, and kept the cool air inside. This house is a close system of insulated wall and opening. The heat exchanger is used to supply fresh air without losing the cold temperature of the house. The chimney on the roof top is used as a ventilation of hot air that build up in the attic, not for smoke of fire place as in the original Georgian Design. The construction of post<br />and beam used in instead of wall bearing of the old day. The pile foundation is used for sub-structure.</p><p>       The experience from designing this architecture project is a valuable lesson. It is an important process from the design to the finished the Georgian House. For this project, it is one of many architectural experience to create an architectural environment for Bangkok, Thailand.<br /><br /><strong>Keywords:</strong> Georgian Architecture, Housing Design, Construction, Tropical Climate, Conceptual Design</p> โอชกร ภาคสุวรรณ ##submission.copyrightStatement## http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 24 1 14 21 เสนอแนะการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพสำหรับผู้สูงอายุโครงการแบบบ้านยิ้ม เพื่อประชาชนระยะที่ 3 สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร //tci-thaijo.org/index.php/archkmitl/article/view/92376 <p><strong>บทคัดย่อ</strong></p><p style="text-align: justify;"><br />       ในปีพ.ศ. 2573 ประเทศไทยจะเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุโดยสมบรูณ์” เนื่องจากมีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงถึง 22.7% ของประชากรทั้งหมด 68.3 ล้านคน อีกทั้งในปัจจุบันมีแนวโน้มของการลดขนาดครอบครัวลง ทำให้ผู้สูงอายุต้องอยู่ตามลำพังหรือจะต้องเตรียมความพร้อมให้อยู่ในภาวะพฤฒิพลัง คือ มีสุขภาพความมั่นคงทั้งในด้านรายได้และหลักประกันทางสังคมและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของชุมชนและสังคม สำหรับการออกแบบที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงอายุนั้น นอกจากจะเป็นการทำเพื่อผู้สูงอายุในบ้านแล้วยังเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับตัวเราในอนาคตด้วย เช่นกัน ปัจจุบันมีการตื่นตัวทั้งในภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็นนโยบายหลักเพื่อผลิตและให้ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงอย่างเป็นรูปธรรมกันอย่างแพร่หลาย เช่น การเปิดให้สามารถดาวน์โหลดแบบบ้านสำหรับผู้สูงอายุได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายรวมทั้งโครงการอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มผู้สูงอายุที่มีการเพิ่มจำนวนมากขึ้น หลักคิดในการออกแบบที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Aging-In-Place Design) ที่สำคัญ ได้แก่ ความสะดวก สบายในการใช้สอย ความเข้าใจง่ายในการใช้งาน การลงทุน และที่สำคัญที่สุดได้แก่ ความปลอดภัยโดยสามารถแบ่งกลุ่มผู้สูงอายุออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มผู้สูงอายุที่สามารถทำกิจกรรมได้เองแต่อยู่ในความดูแล และกลุ่มผู้สูงอายุที่ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เพื่อศึกษาและวิเคราะห์พร้อมทั้งนำเสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการออกแบบที่อยู่อาศัยจากกรณีศึกษา บ้านเพื่อผู้สูงอายุจากโครงการ แบบบ้านยิ้มเพื่อประชาชนระยะที่ 3 ของสำนักการโยธา กรุงเทพมหานครเพื่อให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติเกี่ยวกับแนวทางในการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพสำหรับผู้สูงอายุ ดังนี้ 1) ขจัดอุปสรรค (Barrier-Free Design) เช่น หลีกเลี่ยงพื้นต่างระดับ 2) สร้างทางเลือก เช่น มีบันไดสำหรับบุคคลอื่นๆ ใช้ และสร้างทางลาดไว้ด้านข้างอาคาร สำหรับผู้สูงอายุ 3) ออกแบบสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้าง เพื่อให้ทุกคนใช้ร่วมกัน (Universal Design) เช่น การกำหนดระดับความสูงเคาน์เตอร์ครัว หรือความสูงโต๊ะอาหารที่สามารถใช้ได้สะดวกทุกช่วงวัย เป็นต้น</p><p style="text-align: justify;"><strong>คำสำคัญ:</strong> การจัดสภาพแวดล้อม ผู้สูงอายุ กรณีศึกษา แบบบ้าน<br /><br /><strong>Abstract</strong><br /><br />       In 2030, Thailand will completely enter “Aged Society”. The elderly proportion is 22.7% of total 68.3 million populations. The family size is presently decreasing which enable the elderly people living alone or preparing<br />to be active aging, healthy, stability of income and social security as well as participating in community events and society. The design for elderly people is not only serving for the aged people but also preparing for our future as well. Nowadays both public and private sectors are alert in according to the policy which produces and provides the knowledge to apply in usual life such as downloading the elderly house drawing free of charge. Moreover the real estate groups are expanding their projects for elderly people. The main idea of aging-in-place design is comfortable utility, accessibility and budget as well as safety first. We can divide the elderly people into two major groups, the elderly who can do their own activities under guardian and who are unable to help themselves. This is to study and analyze data in order to recommend the design of case study of the project in the name the 3rd phase of Smiling houses for citizen project, Department of Public Work, Bangkok as follows: 1) barrier-free design such as designing the floor at the same level, 2) alternative design, for example, stairs for the others and ramps on the side of building for the elderly, and 3) universal design such as determining the kitchen counter table height that can be used at all ages and so on.<br /><br /><strong>Keywords:</strong> Physical Environment Design Elderly people Case study House Drawing</p> สุชน ยิ้มรัตนบวร ##submission.copyrightStatement## http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 24 1 50 64 แนวทางการสร้างสรรค์ละครโทรทัศน์ไทยที่ผลิตซ้ำโครงเรื่องเดิม : Guidelines for Creating Thai Television Drama from the Remake of Existing Drama Construction //tci-thaijo.org/index.php/archkmitl/article/view/92412 <p><strong>บทคัดย่อ</strong><br /><br />       ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาละครโทรทัศน์ไทยมักจะนำโครงเรื่องจากบทประพันธ์ที่ได้รับความนิยม หรือจากตำนานที่ได้รับการเล่าขานมาอย่างยาวนานมาเป็นเนื้อหาในการสร้างสรรค์เมื่อผลิตแล้วได้รับความนิยม เรื่องราวเหล่านั้นก็จะถูกผลิตซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายครั้งในช่วงเวลาที่ต่างยุคสมัยกัน ซึ่งละครโทรทัศน์ในประเทศไทยที่ถูกผลิตซ้ำมากที่สุดมีจำนวนการผลิตซ้ำถึง 7 ครั้ง คือ เรื่อง แม่นาคพระโขนง และผู้กองยอดรัก และรองลงมาผลิตซ้ำเป็นจำนวน 6 ครั้งอีก 3 เรื่อง คือ บ้านทรายทองคู่กรรม และผู้ใหญ่ลีกับนางมา ซึ่งจัดว่าละครโทรทัศน์ทั้ง 5 เรื่องนี้เป็นละครโทรทัศน์ที่ถูกผลิตซ้ำมากที่สุดของประเทศไทย<br /><br />       การผลิตซ้ำนี้จึงเป็นที่มาของคำว่า “น้ำเน่า” ที่ละครโทรทัศน์ไทยมักจะถูกให้คำจำกัดความ อันหมายถึงการวนเวียนซ้ำซากอยู่กับที่ กับเรื่องราวเดิมๆ แต่ทว่าในความ “น้ำเน่า “ ซ้ำซากกลับยังคงได้รับความนิยมซึ่งปรากฏให้เห็นจากเรตติ้งของละครโทรทัศน์เหล่านั้น ความนิยมของมวลชนหมู่มากนี้จึงเป็นเครื่องสะท้อนถึงสังคมและวัฒนธรรมไทยได้เป็นอย่างดีว่าสังคมต้องการหรือให้ความสนใจกับสิ่งใด เพราะละครโทรทัศน์มิใช่สื่อที่เป็นเพียงภาพสะท้อนสังคมเท่านั้น แต่ในทางกลับกันยัง “ประกอบสร้าง” ภาพจำของสังคมขึ้นโดยผ่านเครื่องมือที่เรียกว่า “ความบันเทิง” มีคำกล่าวถึงจิตวิทยาของผู้ชมละครโทรทัศน์ว่า<br />ผู้ชมชมละครโทรทัศน์ในเรื่องราวเดิมๆ ได้อย่างไม่รู้เบื่อเนื่องจาก “ผู้ชมดูเอารสไม่ได้ดูเพื่อเอาเรื่อง” นั่นเอง จากคำกล่าวนี้นำมาซึ่งการศึกษาของบทความวิชาการนี้เพื่อมุ่งเน้นศึกษาถึงองค์ประกอบอันแข็งแรงที่ซ้อนเร้นอยู่ในโครงสร้างของละครโทรทัศน์เหล่านั้น โดยใช้วิธีการรื้อโครงสร้างเพื่อทำความเข้าใจว่าเหตุใดละครโทรทัศน์ดังกล่าวถึงได้ถูกนิยมผลิตซ้ำบ่อยครั้งแม้จะมีผู้ชมต่างยุคสมัยกันกว่า 60 ปี<br /><br />       การศึกษานี้จึงเป็นการรวบรวม วิเคราะห์ สรุปผลจากการศึกษาหลายแหล่ง เช่นหนังสือ ตำรา วิทยานิพนธ์ ดุษฎีนิพนธ์บทความวิชาการ ตลอดจนข้อมูลสารสนเทศ และการใช้ทฤษฎีในการวิเคราะห์ข้อมูล และนำมาซึ่งแนวทางการสร้างสรรค์ละครโทรทัศน์ไทยจากโครงเรื่องที่ถูกผลิตซ้ำ ด้วยวิธีการการสร้างทวนซ้ำใหม่จากองค์ประกอบที่มีความแข็งแรง หรือเรียกว่า“การค้นหาสาระในน้ำเน่า” เพื่อนำมาสู่แนวทางในการสร้างสรรค์ละครโทรทัศน์ไทยต่อไป<br /><br /><strong>คำสำคัญ :</strong> ละครโทรทัศน์ไทย การผลิตซ้ำ  การรื้อโครงสร้าง การสร้างทวนซ้ำใหม่<br /><br /><strong>Abstract</strong><br /><br />Thai television drama frequently has produced plots and storylines from the favorite fictions or legacy legends. A after successful broadcast with high rating, the drama will be remake again and again in different ages. The most remake Thai television dramas are Mae Nak Phra khanong and Phu Kong Yod Rak. These drama were remake for 7 times, while Baan Sai Tong, Khu Kam and Poo Yai Lee Gub Nang Ma were remake for 6 times. These fives are the most remaking television dramas in Thailand.<br /><br />       The soap opera is defined for Thai television drama because the numbers of remakes are bogged down in same plots and storylines, but the soap operas still popular among the audiences apparently from the rating. The popularity of the mass audiences is a mirror of Thai social and Thai culture constructs what social want or interest because the television drama is not just a mirror of the society but it constructs, the society through the appliance called “entertainment”. There is a word about the psychology of the audience:<br />the audience does not bore the soap operas because the audience watchs them for a favor not a story. This speech persuaded this journal aimed to study substantial components hiding in the Thai television drama construction by the deconstruction method to discover the reasons why the mentioned soap operas had been reproduced many times even the audience is 60 years difference.<br /><br />This study is to collect, analyze and summarize the studies from multiple sources such as books, textbooks, thesis, dissertations, journals and information then use the theory of the data analysis conducted the guidelines to create the remake construction of Thai television drama by reconstructing of the substantial components or “find the benefit in soap operas” to conduct guidelines to creating Thai television drama.</p><p><strong>Keywords:</strong> Thai Television Drama, Remake, Deconstruction, Reconstruction<br /><br /><br /></p> แข มังกรวงษ์ ##submission.copyrightStatement## http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 24 1 121 130 การออกแบบและก่อสร้างศาลาด้วยโครงสร้างเหล็ก: โครงการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำวัดโสธรวรารามวรวิหาร Design and Construction of Pavilion with Steel Structure: Waterfront Development Project, Wat Sothon Wararamworawihan //tci-thaijo.org/index.php/archkmitl/article/view/92347 <p style="text-align: justify;"><strong>บทคัดย่อ</strong><br />       งานวิจัยการออกแบบและก่อสร้างศาลาในโครงการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำวัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการประยุกต์ใช้วัสดุเหล็กรูปพรรณกลวงเป็นโครงสร้างหลักของศาลาที่มีการตกแต่งปูนปั้นสถาปัตยกรรมไทยวิธีการศึกษาและขั้นตอนการดำเนินการวิจัย 1) ทำการสำรวจพื้นที่ริมแม่น้ำบางปะกงวัดโสธรวรารามวรวิหาร 2) บันทึกภาพขั้นตอนการก่อสร้างศาลาจำนวน 6 หลัง และหลังคาคลุมทางเดินระหว่างศาลาในช่วงเดือนมีนาคม 2558 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2559 3) สัมภาษณ์ช่างก่อสร้างงานโครงสร้างเหล็ก ช่างปั้นปูนและพระสงฆ์ผู้มี ประสบการณ์บริหารงานก่อสร้างวัด 4) ศึกษาและวิเคราะห์เอกสารอ้างอิงเกี่ยวกับหลักวิธีการออกแบบสถาปัตยกรรมไทย</p><p style="text-align: justify;">    ผลการวิจัยพบว่าการนำโครงสร้างเหล็กมาใช้ในงานสถาปัตยกรรมไทยมีความเป็นไปได้ ช่วยลดขั้นตอน อีกทั้งประหยัดเวลาและประหยัดงบประมาณเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการก่อสร้างแบบทั่วไป การตกแต่งลวดลายปูนปั้นบนโครงสร้างเหล็กสามารถผลิตเป็นชิ้นส่วนหล่อสำเร็จแทนการปั้นปูนสดซึ่งต้องอาศัยช่างฝีมือที่มีความชำนาญเฉพาะทางและใช้เวลามากกว่าประเด็นข้อเสนองานวิจัย 1) พัฒนาการก่อสร้างเป็นระบบอุตสาหกรรมโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม 2) ประยุกต์เป็นแบบมาตรฐานสำหรับอาคารสาธารณะประเภทศาลา และ 3) เป็นแบบก่อสร้างให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องการพัฒนาพุทธศาสนสถาน</p><p style="text-align: justify;"><strong>คำสำคัญ:</strong> ศาลา โครงสร้างเหล็ก วัด</p><p style="text-align: justify;"><strong>Abstract</strong></p><p style="text-align: justify;">       The objective of this research is to study how the structural hollow steel can be applied to be themain structure of the traditional Thai pavilion with stucco architecture. The research design and construction has taken place at the waterfront development project at Wat Sothon Wararamworawihan, Chachoengsao province. The research methodology and processes include: 1) conduct an area survey alongside the Bang Pakong river where Wat Sothon is located; 2) take photos of six pavilion construction projects including the walkway area during March 2015 to November 2016; 3) conduct oral interviews with steel construction workers, stucco workers, and an experienced monk who previously has managed temple constructions in the past; and 4) Conduct thorough studies and analyse Thai architectural design.</p><p style="text-align: justify;">       The research found that there was a possibility of bringing structural steel to use in the Thai architecture as it helps simplify the process and save time when and budget compared to the conventional construction methods. The research also found that producing finished precast pieces of stucco is better than making fresh plaster molding, which requires skilled craftsmanship and time-consuming installation. Recommendations are: 1) elevate the use of steel structure to industry level by applying the appropriate technology; 2) employ this technique as a new standard of building public pavilion; and 3) be a prototype for relevant organizations when developing or improving Buddhist monasteries.</p><p><strong>Keywords:</strong> Pavilion, Steel Structure, Temple</p> อาจ วสุวานิช ##submission.copyrightStatement## http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 24 1 1 13 บทบาทและการเปลี่ยนแปลงของตลาดหลวงแพ่ง กรุงเทพมหานคร: Roles and Changes of Laung Pang Market, Bangkok //tci-thaijo.org/index.php/archkmitl/article/view/92361 <p style="text-align: justify;"><strong>บทคัดย่อ</strong><br /><br />       การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพัฒนาการของตลาดหลวงแพ่ง ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างวิถีชีวิตของผู้คนกิจกรรม และพื้นที่ของตลาดหลวงแพ่ง เพื่อนำมาสรุปถึงบทบาทและการเปลี่ยนแปลงของตลาดหลวงแพ่งในแต่ละช่วงเวลา ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผลการศึกษาพบว่าตลาดหลวงแพ่งมีบทบาทในแต่ละช่วงเวลาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน กล่าวคือ ในยุคแรกหรือยุคเริ่มต้นทางการค้า มีบทบาทหลัก ด้านการอยู่อาศัย และบทบาทรอง เป็นบทบาททางด้านการค้าขาย ในยุคที่สอง ซึ่งเป็นยุคเริ่มต้นรุ่งเรืองทางการค้า ตลาดหลวงแพ่งมีบทบาทหลักทางด้านการค้า การบริการ และมีบทบาทรองเป็นการอยู่อาศัยที่ช่วยสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมการค้าขายของตลาดหลวงแพ่ง และในยุคที่สาม ซึ่งเป็นยุคซบเซาทางการค้า<br />ของตลาดหลวงแพ่ง พบว่าบทบาทหลัก เป็นบทบาทเพื่อการอยู่อาศัย และบทบาทรองเป็นบทบาทด้านการค้าขายของคนดั้งเดิมในพื้นที่โดยมีปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด คือ การพัฒนาเส้นทางคมนาคมทางบก ทำให้ประชาชนมีทางเลือกในที่อยู่อาศัยเพื่อประกอบอาชีพเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์อาคารจากกิจกรรมการค้าขายเป็นการใช้ประโยชน์เพื่ออยู่อาศัย จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตลาดหลวงแพ่งโดยมีคนภายนอกเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่มากขึ้น จึงทำให้บทบาทการค้าถูกลดความสำคัญลง ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการค้าขายในพื้นที่ เป็นเหตุผลให้ตลาดหลวงแพ่งซบเซาลงในปัจจุบัน<br /><br /><strong>คำสำคัญ:</strong> บทบาท การเปลี่ยนแปลง ตลาดหลวงแพ่ง<br /><br /><br /><strong>Abstracts</strong></p><p style="text-align: justify;">       This serearch aims to study the development of Luang Pang Market in Bangkok to explore the changes of factors which consist of general physical, economic and social. Conclusion the roles and changes of Luang Pang Market, this study is a chronological study as it limits the duration from past to present. The results of this research were as follows In the early trade era, the residents within the Luang Pang Market area played the highest significant role in this area, due to their trading activities and the trading process influencing the change of Luang Pang Market dynamically. The secondary role was the trading. In the later prosperous era, the important factors affecting to the change of this area were the trading and service. Secondary role was the residents, which encouraged trading in this area. In the last era or the stagnant trading, it was found that the main role affecting the change was the residents and secondary role was the trading of aboriginal people in Luang Pang market. The main factor influencing the changing of area is the transportation development.As a result, people have alternative plan to stay and work on their career path. It is because of a change in building usage, which provided more activities to their residents. The change of urban development and economic factors also results to the demographical variation that influences the outsiders to live in this area.<br /><br /><strong>Keywords:</strong> Role, Change, Luang Pang Market<br /><br /></p> สิรภัทร พะยัติ กฤตพร ห้าวเจริญ ##submission.copyrightStatement## http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 24 1 22 35 การศึกษาตำแหน่งช่องเปิดที่ส่งผลด้านแสงสว่างต่อพระประธานภายในพระอุโบสถ: A Study of the Interacting Effect of Natural Lighting and the Position of the Principal Buddha Image in the Ordination Hall of the Thai Temple. //tci-thaijo.org/index.php/archkmitl/article/view/92368 <p><strong>บทคัดย่อ</strong></p><p style="text-align: justify;">       ปัจจุบันการกระทำกิจกรรมต่างๆ ภายในอาคารของบุคคลในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอาคารประเภทใดก็ตาม ผู้เข้าใช้มักจะคุ้นชินกับแสงสว่างค่อนข้างมากหรือสว่างอย่างทั่วถึงในทุกๆ จุดของห้องส่วนใหญ่ ทั้งนี้ ความสำคัญเรื่องแสงในอาคารทางศาสนา เพื่อเน้นบรรยากาศที่ส่งผลตอบสนองต่อจิตใจ เพราะภายในอาคารทางศาสนามีเพียงผู้คนจำนวนไม่มากนักที่เข้าไปใช้งานภายใน และยังใช้พื้นที่เพียงจุดเดียวคือหน้าพระประธาน ความหมายของบรรยากาศที่ว่างในพระอุโบสถนี่เป็นพื้นที่ในเชิงสมมุติในทางพุทธศาสนา เป็นบรรยากาศที่เสริมศรัทธาและความสงบ และกันความวุ่นวายจากภายนอกเข้าสู่ภายในอาคาร ปัจจุบันบรรยากาศแบบนั้นกลับหดหายไป การศึกษานี้จึงได้ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจกับคุณค่าของบรรยากาศที่ว่างในพระอุโบสถและพระประธานที่เกิดจากการเปิดช่องแสงบนผนัง การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่งช่องเปิดและผลด้านแสงสว่างต่อพระประธานภายในพระอุโบสถ ด้วยการทดลองภาคสนาม ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าช่องเปิดด้านขวาและด้านซ้ายของประติมากรรมตลอดจนด้านหน้าและด้านหลังของประติมากรรมเป็นตำแหน่งที่สำคัญของผลการส่องสว่างในงานวิจัยนี้ โดยผลการวิจัยนี้จะนำไปปรับปรุงความรู้เพื่อการเรียนการสอนวิชาสถาปัตยกรรมไทยและ<br />สถาปัตยกรรมภายในไทย และเพื่อความเข้าใจในวัฒนธรรมไทยด้านงานตกแต่งภายใน<br /><br /><strong>คำสำคัญ:</strong> แสงสว่าง พระประธาน พระอุโบสถ ตำแหน่งช่องเปิด หน้าต่าง ประตู แสงธรรมชาติ<br /><br /><strong>Abstract</strong></p><p style="text-align: justify;">       Nowadays, all the activities performed in any kind of building types need as much lighting and brightness for the entire space as people’s acquaintance. The importance of lighting in the religious buildings is meant<br />to create a signified ambience for the perception of people. In case of the ordination hall of any the Thai temples (Ubosot), the definite numbers of people is always at the specific, popular area in front of the main Buddha image. The metaphoric interior hall signifies the concept of more faithful and peaceful space, isolating from the chaos outside. These atmospheres have not been found in these days. This study has focused on the understanding to the value of the interior space in the ordination hall and the principal Buddha image that is from the opening of the lay light on the wall (doors &amp; windows). This research aims to study the relationship between the position of the voids and the interacting effect of light on the principal Buddha image in the ordination hall by the experiment in the study site. Experimental results show that the openings on the right and left of the sculpture as well as the front and the back of the sculpture are the prime position of the illumination effect in this research. The findings of this research will benefit for improving the learning and teaching in the field of Thai interior and architecture and also for understanding the cultural aspect of Thai interior design.</p><p style="text-align: justify;"><strong>Keywords:</strong> Lighting, Principal Buddha Image, Ordination Hall, Voids, Windows, Doors, Natural light</p> วีระยุต ขุ้ยศร ##submission.copyrightStatement## http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 24 1 36 49 การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกเพื่อแสดงเอกลักษณ์ท้องถิ่นหลวงพระบาง: The Development of Souvenirs to Represent the Luang Prabang Local Identity //tci-thaijo.org/index.php/archkmitl/article/view/92379 <strong>บทคัดย่อ</strong><br /><br />       งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเอกลักษณ์ท้องถิ่นหลวงพระบางเพื่อนนำเสนอการบูรณาการแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกด้วยต้นแบบที่แสดงเอกลักษณ์ท้องถิ่นหลวงพระบาง กลุ่มตัวอย่างคือนักท่องเที่ยวชาวหลวงพระบางและต่างประเทศ ผู้ผลิตของที่ระลึกในพื้นที่บ้านผานม บ้านดอนแก้ว บ้านสั่งฆ้องและบ้านจ่านเหนือ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสอบถาม สัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณา ร่างแบบและสร้างต้นแบบด้วยการบูรณาการแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์คือความคิดสร้างสรรค์และการสร้างมูลค่า ผลพบว่าเอกลักษณ์ที่ทำให้เกิดการจดจำและยอมรับคือวัดเซียงทอง<br />ด้วยส่วนที่จับต้องได้หรือเอกลักษณ์เชิงรูปธรรม คือ สถาปัตยกรรมและศิลปกรรมที่ถ่ายทอดผ่านรูปแบบหลังคาซ้อน 3 ตับด้านเฉียงและด้านหน้าของวัดเซียงทอง และ รูปแบบศิลปกรรมที่ตกแต่งด้วยกระจกหลากสีบนพื้นแดง ส่วนที่จับต้องไม่ได้หรือเอกลักษณ์เชิงนามธรรมคือ เรื่องเล่าประวัติศาสตร์ ประเพณีและพิธีกรรม ผู้วิจัยลดทอนรายละเอียดของสิ่งที่สื่อแทนเอกลักษณ์ด้วยรูปร่างรูปทรง ลวดลาย และสี 8 สี คือ เหลืองอ่อน เหลืองเข้ม น้ำตาลเข้ม ชมพู แดง เขียวเข้ม ฟ้า และน้ำเงิน ต้นแบบของผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกคือ หมวก เสื้อยืด แก้วน้ำ กระเป๋า เครื่องประดับหู เครื่องนอน ผ้าพันคอ โปสเตอร์และโปสการ์ด ซึ่งตรงตามพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกและความต้องการของนักท่องเที่ยวหลวงพระบาง<br /><br /><strong>คำสำคัญ:</strong> ของที่ระลึก แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เอกลักษณ์ท้องถิ่น หลวงพระบาง<br /><br /><strong>Abstract</strong><br /><br />       The research aims to study the identity of Luang Prabang integrating the creative economy with the design process to develop the souvenirs that represent this local identity. Samples are Luang Prabang and foreign tourists and the craftsmanship at Ban Pa-nom, Ban Don-kaew, Ban Sang-kong and Ban Jan-Neung. Researchers collect the data by questionnaire and interview, and analyze the data with descriptive statistic. Then, sketch and create the souvenir prototypes by integrating the creative economy with the creativity and value creation. The results show that the local identity recognized and accepted is Wat Xieng Thong. The tangible identity is architecture and fine arts through three overlapping forms on the oblique and front of roof, the art decorate with colored glass on the red background. The intangible identity is the narrative history, traditions and rituals. Researchers reduce the details that represent local identity by shape, form, pattern and 8 colors: light yellow, dark yellow, dark brown, pink, red, dark green, light blue and cobalt blue. The prototypes are hats, t-shirts, mugs, bags, jewelry, bedding, scarves, poster and postcard, consistenting with buying behaviors and the needs.<br /><br /><strong>Keywords:</strong> Souvenirs, Creative Economy, Local Identity, Luang Prabang<br /><br /> เกษมรัสมิ์ วิวิตรกุลเกษม สุรเชษฐ ไชยอุปละ ##submission.copyrightStatement## http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 24 1 65 77 การสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์สะดวกหุงสำหรับข้าวหอมมะลิบางคล้า: Creation of Packaging for Ready-to-Cook Bangkha Thai Jasmine Rice //tci-thaijo.org/index.php/archkmitl/article/view/92384 <p style="text-align: justify;"><strong>บทคัดย่อ</strong><br /><br />       การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการหุงต้ม ปกป้องรักษาคุณภาพของข้าว และการสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์และเรขศิลป์บนบรรจุภัณฑ์เพื่อสร้างสรรค์อัตลักษณ์ไทยและข้าวหอมมะลิบางคล้า การดำเนินการวิจัยสามารถแบ่งเป็นขั้นตอนใหญ่ๆ ออกเป็น 2 ส่วนดังนี้ 1) การค้นหาลักษณะของรูปแบบ วัสดุและโครงสร้างบรรจุภัณฑ์ เป็นการศึกษาในส่วนต่างๆ โดยได้นำหลักแนวคิดจากภูมิปัญญาไทยมาเชื่อมโยงกับการสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ตามแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผนวกกับหลักการแนวคิดเชิงเหตุและผล ข้อมูลจากการสำรวจภาคสนามของกลุ่มตัวอย่างจำนวน 420 คน ในพื้นที่เศรษฐกิจตอนกลางกรุงเทพมหานคร และนิทรรศการ THAIFEX 2015 จากการทดลอง<br />ต้นแบบบรรจุภัณฑ์ และ แบบสอบถาม มาวิเคราะห์ข้อมูล 2) นำลักษณะและรูปแบบที่ได้จากการวิเคราะห์เปรียบเทียบในส่วนแรกมาใช้ในการออกแบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ และเรขศิลป์บนบรรจุภัณฑ์ จากนั้นจึงนำไปให้ผ้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินผลเพื่อหาข้อสรุปได้บรรจุภัณฑ์ที่มีความเหมาะสม ผลการวิจัย พบว่า 1) บรรจุภัณฑ์เกิดจากการนำแนวคิดจากภูมิปัญญาไทยมาบูรณาการสร้างสรรค์กับการหุงต้มด้วยเตาอบไมโครเวฟ เป็นบรรจุภัณฑ์ที่สามารถอำนวยความสะดวกในการหุงต้มด้วยวิธีที่ง่ายรวดเร็วเหมาะกับผู้บริโภคยุคใหม่ และสามารถรักษาอัตลักษณ์และรสชาติของข้าวสวยที่หุงสุกได้ดี ด้วยคุณลักษณะ<br />ของข้าวที่สุกสม่ำเสมอและข้าวสุกไม่ไหม้ติดก้นภาชนะ 2) การสร้างสรรค์เรขศิลป์บนบรรจุภัณฑ์ประกอบด้วย 4 แนวทาง ได้แก่คุณภาพของผลิตภัณฑ์/สินค้า แหล่งที่มา คุณค่าทางวัฒนธรรมไทย และภาพลักษณ์ที่ทันสมัย สรุปได้ว่าการสร้างสรรค์เรขศิลป์บนบรรจุภัณฑ์ ที่นำแนวทางการออกแบบเกี่ยวกับคุณค่าทางวัฒนธรรมไทยผนวกกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์เป็นแนวทางที่ได้รับการประเมินสูงสุดด้วยค่า x = 4.67 และ S.D. = 0.577 จึงเป็นรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับการสร้างสรรค์อัตลักษณ์ไทย<br />และคุณค่าของผลิตภัณฑ์</p><p><strong>คำสำคัญ:</strong> บรรจุภัณฑ์สะดวกหุง ข้าวหอมมะลิบางคล้า อัตลักษณ์<br /><br /><strong>Abstract</strong></p><p style="text-align: justify;">       The objectives of this research are 1) to create new packaging that convenient to cook and protect the product and 2) to create graphic on packaging that inform Thai identity. The research methods can be<br />divided into two main steps as follows. The first step is to study the forms, material and structural package.Information are gathered from Thai wisdoms, linked to innovation on creative economy based and combined with the concepts of causes and effects, data derived from the field survey of 420 samples in CBD Bangkok and THAIFEX 2015, prototype testing, interviews and data analysis. The second step is to analyze the data and apply them in development for package design and graphic on packaging. The results showed that: 1) packaging was created by the concept of Thai wisdom to develop the new packaging that provided convenience in easy cooking way for modern consumers and treated identities &amp; taste of rice. The rice was cooked consistently well and do not stuck to the bottom of container, and 2) creation for graphics on packagin in four themes are: quality &amp; taste, the product origin, Thai culture and modern image. The suitable way for packaging was Thai culture theme, combined with the quality and taste of Thai jusmine rice. It was the best theme to create identity with the mean score, 4.67, and a standard deviation, 0.57.<br /><br /><strong>Keywords:</strong> Packaging, Ready-to-cook, Bangkha Thai jasmine Rice, Identity</p> สมสกุล จีระศิลป์ ##submission.copyrightStatement## http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 24 1 78 92 การพัฒนาภูมิปัญญากระเบื้องหลังคาดินเผา เพื่อสร้างกระเบื้องหลังคาดินเผาที่มีการติดตั้งเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์: The Development of Local Wisdom Clay Roof Tiles by Installation of PV-Cells //tci-thaijo.org/index.php/archkmitl/article/view/92387 <strong>บทคัดย่อ</strong><br /><br />       งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภูมิปัญญา รูปแบบของกระเบื้องหลังคาดินเผาชุมชนด่านเกวียน ตำบลด่านเกวียนอำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา เพื่อออกแบบและสร้างกระเบื้องหลังคาดินเผาพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ด้วยกระบวนการออกแบบผลิตภัณฑ์ทางสถาปัตยกรรมที่แสดงออกถึงเอกลักษณ์ท้องถิ่นโดยมีกระบวนการวิจัย คือ 1) การศึกษาและรวบรวมข้อมูลเอกสารที่เกี่ยวกับภูมิปัญญา รูปแบบและคุณสมบัติของกระเบื้องหลังคาดินเผา 2) การเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์ปราชญ์ภูมิปัญญากระเบื้องหลังคาดินเผา ซึ่งข้อมูลที่ได้เป็นข้อมูลแบบละเอียดโดยผู้วิจัยเป็นผู้สัมภาษณ์ร่วมกับนักศึกษาในรายวิชา 555231 การศึกษาพัฒนาภูมิปัญญาและเทคโนโลยีท้องถิ่น สาขาวิชาสถาปัตยกรรมคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา 3) การดำเนินการออกแบบ และทดสอบหาประสิทธิภาพพลังงานกระเบื้องหลังคาดินเผาพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดพื้นที่ 1 ตารางเมตร จากผลการวิจัยพบว่า กระเบื้องหลังคาดินเผาประเภทกระเบื้องสุโขทัย มีรูปร่างลักษณะขนาดหน้ากว้างมากที่สุดคือ 18.5 x 31 เซนติเมตร เหมาะสมในการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ชนิดผลึกรวม (Polycrystalline Silicon Solar Cell) 12 โวลล์ 1.5 วัตต์ ขนาด 8.5 x 11.5 เซนติเมตร อีกทั้ง<br />ยังมีน้ำหนักเบาเมื่อเปรียบเทียบกับกระเบื้องชนิดอื่น และจากการทดสอบหาประสิทธิภาพพลังงาน ขนาดพื้นที่ 1 ตารางเมตรเริ่มทำการทดลอง 08.00-16.00 น. เป็นเวลา 8 ชั่วโมง โดยทำการทดลองซ้ำ 3 วัน ด้วยหลอดไฟฟ้า LED 12V 9W พบว่าสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าให้พลังงานหลอดไฟ จำนวน 5 หลอดซึ่งวัสดุมุงหลังคาประเภทนี้จะสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าในตอนกลางวัน ไม่ต้องมีแบตเตอรี่เหมาะสมกับอาคารที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวันและประหยัดงบประมาณในการติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์<br /><br /><strong>คำสำคัญ:</strong> ภูมิปัญญา กระเบื้องหลังคาดินเผา พลังงานแสงอาทิตย์ ด่านเกวียน<br /><br /><strong>Abstract</strong><br /><br />       The objective of this research is to study and develop local wisdom clay roof tiles in Dan Kwian, Chok Chai, Nakhon Ratchasima, Thailand, to design and build solar clay roof tiles that can add more value to the local products by architectural design processes. The research processes are 1) to study and<br />collect the data about the styles and features of local wisdom clay roof tiles, 2) to collect and interview philosophers of clay roof tiles by the researcher and students in 555231 class (The subject is study and develop in local wisdom and technology course), and 3) to design and test the solar clay roof tiles of<br />1 square meter. The results show that the Sukhothai tile is suitable for development because the maximum width of this tile is 18.5 x 31 centimeter. The energy efficiency test with LED 12V 9W from 8.00 AM to 4.00 PM<br />for 8 hours was repeated for 3 days. It was found that this tile can produce electricity for 5 bulbs. These types of roofing materials will be able to supply electricity during the daytime without the battery. Thus, this tile is appropriate for the buildings that use the electricity during daylight hours and save the budget to install of solar systems.<br /><br /><strong>Keywords:</strong> Local Wisdom, Clay Roof Tiles, Solar Energy, Dan Kwian<br /><br /><br /><br /> มาริสา หิรัญตียะกุล ##submission.copyrightStatement## http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 24 1 93 101 เทคนิคการทำพาติน่าด้วยสารเคมีในชีวิตประจำวันประเภทสารทำความสะอาด สู่การออกแบบเครื่องประดับ: Patina Techniques Using Household Cleaning Chemicals to Jewelry Design //tci-thaijo.org/index.php/archkmitl/article/view/92407 <p style="text-align: justify;"><strong>บทคัดย่อ</strong><br /><br />       พาติน่า คือ ฟิล์มหรือการเคลือบบนผิวโลหะ อันเนื่องมาจากปฏิกิริยาระหว่างโลหะกับออกซิเจนในอากาศเป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งเรียกว่าปฏิกิริยาออกซิเดชั่น เทคนิคพาติน่านิยมนำมาใช้สร้างสรรค์งานด้านเครื่องประดับและการตกแต่งพื้นผิวต่างๆ การทำเทคนิคดังกล่าว มีความจำเป็นที่จะต้องใช้สารเคมีบริสุทธิ์มาเป็นส่วนผสม เพื่อก่อให้เกิดสีที่ติดทนทานบนโลหะ ซึ่งสารเคมีบริสุทธิ์นั้นยากต่อการเข้าถึง อีกทั้งมีราคาแพงและเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและตัวผู้ใช้อีกด้วยวัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้ คือ การทดสอบเทคนิคพาติน่าจากสารเคมีที่ใช้ในชีวิตประจำวันประเภทสารทำความสะอาดเพื่อนำมาใช้ทดแทนสารเคมีบริสุทธิ์ โดยนำแผ่นทองแดงมาเป็นโลหะตัวอย่างในการทดลอง ซึ่งเทคนิคพาติน่าจะถูกนำไปใช้ในการสร้างสีสันบนพื้นผิวเครื่องประดับ เพื่อทำการทดลองตรวจหาสีที่ต่างกันบนผิวโลหะพบว่า สีที่ได้ คือ สีเขียวเข้ม สีแดงและสีเขียวมรกต ทั้งนี้การเกิดพาติน่านั้นขึ้นอยู่กับประเภทของสารเคมีประเภททำความสะอาดที่เลือกใช้ และค่าความเป็นกรด-เบส อีกทั้งสีสันที่เกิดจากพาติน่ายังยึดเกาะกับโลหะได้ดี ไม่หลุดล่อนหรือเปราะง่าย</p><p style="text-align: justify;"><strong>คำสำคัญ:</strong>  พาติน่า เครื่องประดับ สารเคมีในชีวิตประจำวันประเภทสารทำความสะอาด ทองแดง ความ<br />               เป็นกรด-ด่าง(พีเอช)<br /><br /><strong>Abstract</strong><br /><br />       Patina is a thin film or lacquer on the surface of metals derived from the oxidation between metal and chemical compound or atmosphere. Patina is a popular technique for creating color on surface jewelry and surface decorations. In general, the technique of producing strong color on materials requires pure chemicals which are restrict access, expensive, and harmful to the environment and users. The objective of this research is to examine the patina techniques using household cleaning chemicals instead of pure patina<br />chemical on copper plate samples. Appropriate patina techniques were introduced while the different colors on metal surfaces were determined. The results revealed that the obtained colors were dark green, red, emerald color depending on the types of cleaning chemicals and their pH values. Moreover, the patina colors are stable and well adhered to the metal surfaces.</p><p style="text-align: justify;"><strong>Keywords:</strong> Patina, Jewelry, Household Cleaning Chemicals, Copper, pH</p> วรชัย รวบรวมเลิศ พิมพ์ทอง ทองนพคุณ ##submission.copyrightStatement## http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 24 1 102 110 ภาพยนตร์สัจนิยมเสมือนเรื่อง “แม่ทัพที่หายไป” : Virtual Realism Film “The Lost Leader” //tci-thaijo.org/index.php/archkmitl/article/view/92411 <strong>บทคัดย่อ</strong><br /><br />       งานวิจัยภาพยนตร์สัจนิยมเสมือนเรื่อง “แม่ทัพที่หายไป” เป็นงานวิจัยเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) ศึกษาแนวคิดและรูปแบบของภาพยนตร์สัจนิยม (Realism Film) 2) วิเคราะห์แนวคิดเกี่ยวกับโลกเสมือน (Virtual World) ที่สร้างปัญหาต่อสังคมปัจจุบัน 3) สร้างสรรค์ภาพยนตร์แนวคิดและรูปแบบใหม่ที่สะท้อนปัญหาสังคมไทย จากการศึกษา พบว่าภาพยนตร์สัจนิยมเป็นรูปแบบที่มีมาตั้งแต่การกำเนิดของภาพยนตร์โลก ซึ่งมีพัฒนาการและยังคงได้รับความนิยมจวบจนปัจจุบัน โดยมีหลักสำคัญดังนี้ คือ วิธีการวางโครงเรื่องอย่างหลวมๆ การเล่าเรื่องราวสะท้อนสังคมชีวิตคนธรรมดาโดยใช้นักแสดงที่ไม่ใช่ดารา ใช้สไตล์ภาพแบบภาพยนตร์สารคดี การถ่ายทำในสถานที่จริงโดยหลีกเลี่ยงการปรุงแต่งด้านภาพ เสียงและการตัดต่อรูปแบบและแนวคิดเหล่านี้เอื้อต่อการนำเสนอเรื่องราวที่สะท้อนความจริงของสังคม ซึ่งผู้วิจัยได้นำแนวคิดดังกล่าวผสมผสานกับจินตนาการโลกเสมือนเพื่อสร้างสรรค์ภาพยนตร์รูปแบบใหม่ โดยนำเรื่องราวเกี่ยวกับโลกเสมือนได้แก่ สังคมออนไลน์การพนันออนไลน์และเกมออนไลน์มาวิเคราะห์และสร้างสรรค์เป็นภาพยนตร์สั้น ภาพยนตร์ได้จัดฉาย ณ โรงภาพยนตร์และประเมินผลงานด้วยการวิจัยแบบสนทนากลุ่ม (Focus Groups) ผลสรุปพบว่าภาพยนตร์ได้แสดงให้เห็นแนวคิดของมนุษย์ที่สับสนระหว่างความเป็นจริงกับโลกเสมือน ซึ่งโลกเสมือนได้ยั่วยุให้จิตใต้สำนึกของมนุษย์อันได้แก่ ความรุนแรง และพฤติกรรมที่ผิดศีลธรรมมาสร้างปัญหาต่อโลกความเป็นจริง แม้ว่าจะภาพยนตร์ยังไม่สามารถสร้างสไตล์ใหม่ที่โดดเด่นได้ แต่ก็นับว่าผู้วิจัยสามารถค้นพบแนวคิดใหม่ในภาพยนตร์สัจนิยมเสมือน<br /><br /><strong>คำสำคัญ :</strong> ภาพยนตร์สัจนิยม โลกเสมือน โซเชียลมีเดีย<br /><br /><strong>Abstract</strong><br /><br />    The research of “The Lost Leader” which is the Virtual Realism Film is the innovative research intended to 1) study concepts and styles of virtual realism films, 2) analyze “virtual world” concepts and 3) create new styles of films which reflect problems in Thai society. From the studying, we found that in fact<br />Realism Film is the style of the movie that came along at the beginning of the movie was born to this world and it is still being further developed and well accepted till these days. The main principals of the realism film are such as the unrestricted structures and not only reflect normal people life via non-star actors but also using the documentary style. Moreover, it always been filmed in real places and avoided pictures and sounds editing. All of these principals do help supporting the way that the films present the facts of society. The<br />researcher has combined those ideas with the imagination of the virtual world and comes up with the “new form” of the movie so called “Virtual Realism Film”. What happening in online society or online gambling have analyzed and created to a short movie presented in the movie theater and evaluated by focus group discussions. They conclude that “The Lost Leader” well represents the confusion of people which they cannot separate the reality in the “real world” from the “virtual world”. Not only that, the virtual world becomes the driver pushing all people subconscious such as violence and immoral behaviors burst out and cause difficulties to the real world. Even this film cannot present an outstanding form of the movie; however, we can say that “The Lost Leader” succeeds in inventing a new movie concept to the movie production.<br /><br /><strong>Keywords:</strong> Realism Film, Virtual World, Social Media<br /><br /><br /> เขมพัทธ์ พัชรวิชญ์ ##submission.copyrightStatement## http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 24 1 111 120 ผีล้านนา อำนาจไร้รูปสู่รูปลักษณ์ในงานทัศนศิลป์ : The Power of Invisible Lanna’s Spirit being Translated into Visual Art Images //tci-thaijo.org/index.php/archkmitl/article/view/92414 <p><strong>บทคัดย่อ</strong><br /><br />       การวิจัยผีล้านนา อำนาจไร้รูปสู่รูปลักษณ์ในงานทัศนศิลป์ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ค้นหารูปลักษณ์ของผีล้านนาสำหรับบันทึกองค์ความรู้เป็นข้อมูลภาพ 2) วิเคราะห์ข้อมูลและสังเคราะห์สู่รูปภาพที่แสดงถึงรูปลักษณ์ของผีล้านนาเพื่อสืบสานวัฒนธรรมผีล้านนาไม่ให้เลือนหายไปจากสังคม 3) นำไปสู่แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์รูปลักษณ์ผีล้านนา<br /><br />       ผลการวิจัยพบว่า รูปลักษณ์ผีล้านนา นำไปสู่แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ มีหลักการในการสร้างจินตภาพสมมติ คำนึงถึงด้านเนื้อหา ประกอบไปด้วย ทางด้านกายภาพ สามารถสรุปทางกายภาพของผีล้านนาได้ 3 รูปลักษณ์คือ 1) รูปลักษณ์มนุษย์ ได้แก่ ผีประเภทที่ 1 ผี ที่มีลักษณะเป็นตัวแทนอำนาจของธรรมชาติ ผีประเภทที่ 2 ผี ที่ให้ความคุ้มครองแก่มนุษย์ และผีประเภทที่ 3 ผี ที่ให้ความคุ้มครองแก่สถานที่ ทางกายภาพจะสื่อในรูปแบบมนุษย์ชาย-สตรี ล้านนา 2) รูปลักษณ์อุปกรณ์ ได้แก่ ผีประเภทที่ 4 ผี ที่ช่วยเหลือมนุษย์ในการรักษาพยาบาลและการพยากรณ์ โดยจะสื่อถึงผีในรูปแบบของใช้ล้านนา และ 3) รูปลักษณ์ผิดมนุษย์ ได้แก่ ผี ประเภทที่ 5 ผีร้าย หรือผีที่ให้โทษแก่มนุษย์ เป็นการผสมผสานระหว่างรูปลักษณ์มนุษย์ร่วมกับสัตว์ ส่วนผีประเภทที่ 6 ผี ที่เป็นการละเล่นเป็นการผสมผสานรูปลักษณ์ระหว่างมนุษย์กับอุปกรณ์เพราะเป็นผีที่สิงอยู่ในตัวผู้เล่นการละเล่นเป็นกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ทางด้านบริบทของผีล้านนา คือ คุ้มครอง ปกป้องเคารพบูชา เสี่ยงทาย ทำนาย อันตราย ตักเตือน และสนุกสนาน สามัคคี ด้านสัญลักษณ์ สามารถระบุได้ 4 ประเด็นคือความเชื่อ ประเพณี การเคารพบรรพบุรุษ และกุศโลบายแฝง เนื้อหาทั้งหมดจะนำมาสู่การสร้างสรรค์งานศิลปกรรมในรูปแบบภาพลายเส้นทั้งหมด 45 ภาพ<br /><br />       องค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาวิจัยผีล้านนาจะนำไปสู่แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะทั้ง 3 ชุด อันได้แก่ผลงานชุดปั๊บสาผีล้านนา ผีโขนลำปาง และผู้เสียสละในพิธีกรรมเลี้ยงดง<br /><strong></strong></p><p><strong>คำสำคัญ:</strong> ผีล้านนา รูปลักษณ์ผีล้านนา รูปภาพผีล้านนา ลักษณะผีล้านนา ความเชื่อผีล้านนา<br /><br /><strong>Abstract</strong><br /><br />       The objectives of the research on the Power of Invisible Lanna’s Spirit being Translated into Visual Art were to 1) search for appearances of the spirits of Lanna as visual image documentation, 2) analyze information and synthesizing it into images that represent the appearance of the spirits of Lana, in order to maintain the culture of spirits of Lanna and to keep it away from disappearing from society, and 3) gain knowledge from the research of the spirits of Lanna as a source of inspiration for artistic creation in visual arts.<br /><br />       The results of this research show the images of the spirits of Lanna that inspire the creativity in visual arts. The principles of visual imaginaries are concerned with contents in which physical aspects are focused on. However, the summary of the physical appearances of the spirits of Lanna can be summarized in 3 kinds of images. The Spirits seen in human forms can be categorized as follows: 1) spirits that represent the power of nature, 2) spirits that give protection to human being, 3) spirits that give protection to properties, appearing in the forms of Lanna men and women, 4 spirits that help people in medical treatment and prophesy, appearing in the forms of Lanna’s household utensils, 5 spirits that look differently from human and being harmful to mankind and appearing in the forms of human combining with animal, and 6 spirits of playful activities that appear in the form of human combining with forms of devices. Such spirits exorcize the players and control them to perform an activity that would bring solidarity to people in the community. The contexts of the spirits of Lanna generally refer to protection, worship, prediction, danger, warning, joy and harmony. The symbolic aspects of spirits of Lanna consist of 4 subjects namely faith, tradition, ancestor worship and hidden strategies for creating 45 drawing images.<br /><br />       Knowledge gained from the research of Spirits of Lanna enables inspiration for creating 3 series of art works comprising of Pub Sa Phi Lanna, Phi Khone Lampang and people who sacrificed in Liang Dong the ritual ceremony.<br /><br /><strong>Keywords:</strong>  Lanna’s Spirit, The Appearance of Lanna’s Spirit, The Drawing <br />                   Images of Lanna’s Spirit, The Characteristic of Lanna’s Spirit, The  <br />                   Belief of Lanna’s Spirit<br /><br /><br /></p> กนิษฐา พวงศรี ##submission.copyrightStatement## http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 24 1 131 140