หลักเกณฑ์การเสนอบทความสำหรับผู้เขียน

         วารสารญี่ปุ่นศึกษา สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นวารสารวิชาการราย 6 เดือน (ปีละ 2 ฉบับ คือ ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม-มิถุนายน, ฉบับที่ 2 เดือนกรกฎาคม-ธันวาคม) เริ่มจัดพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2527 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้คณาจารย์ นักวิจัย และนักวิชาการทั่วไป มีโอกาสเสนอผลงานวิชาการ เพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในด้านญี่ปุ่นศึกษา และนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคมและประเทศชาติในเชิงบูรณาการ

         วารสารญี่ปุ่นศึกษายินดีรับพิจารณาบทความที่ส่งเสริมองค์ความรู้ทุกด้านของญี่ปุ่นศึกษา โดยเฉพาะด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ เช่น ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ สังคมวิทยา มานุษยวิทยา ภาษา ปรัชญา วรรณกรรม ศิลปะ เป็นต้น รวมทั้งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีความเกี่ยวเนื่องกับสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

         ต้นฉบับเพื่อพิจารณาตีพิมพ์เผยแพร่อาจเป็นรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งต่อไปนี้ (คำนิยามอ้างอิงจาก ก.พ.อ.)

         ก.       บทความวิจัย (Research Article) หมายถึง บทความที่มีการศึกษาหรือค้นคว้าอย่างเป็นระบบด้วยวิธีวิทยาการวิจัยที่เป็นที่ยอมรับในสาขาวิชานั้นๆ และมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล คำตอบหรือข้อสรุปที่จะนำไปสู่ความก้าวหน้าทางวิชาการหรือเอื้อต่อการนำวิชาการนั้นไปประยุกต์ ตัวบทความต้องประกอบด้วยการกำหนดประเด็นปัญหา วัตถุประสงค์ การทำวรรณกรรมปริทัศน์ สมมติฐาน การเก็บรวบรวมข้อมูล การพิสูจน์สมมติฐาน การวิเคราะห์ข้อมูล การประมวลสรุปผลและให้ข้อเสนอแนะ การอ้างอิง และอื่นๆ

         ข.       บทความวิชาการ (Academic Article) หมายถึง บทความซึ่งมีการกำหนดประเด็นที่ต้องการอธิบายหรือวิเคราะห์อย่างชัดเจน ทั้งนี้การวิเคราะห์ประเด็นดังกล่าวตามหลักวิชาการ โดยมีการสำรวจวรรณกรรมเพื่อสนับสนุนจนสามารถสรุปผลวิเคราะห์ในประเด็นนั้นได้ อาจเป็นการนำความรู้จากแหล่งต่างๆ มาประมวลร้อยเรียงเพื่อวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ โดยที่ผู้เขียนแสดงทัศนะทางวิชาการของตนไว้อย่างชัดเจนด้วย ตัวบทความต้องประกอบด้วยการนำความที่แสดงเหตุผลหรือที่มาของประเด็นที่ต้องการอธิบายหรือวิเคราะห์ กระบวนการอธิบายหรือวิเคราะห์และบทสรุป มีการอ้างอิงและบรรณานุกรมที่ครบถ้วนและสมบูรณ์

         ค.      บทความรับเชิญ (Invited Article) หมายถึง บทความวิจัยหรือบทความวิชาการที่กองบรรณาธิการวารสารติดต่อขอรับบทความมาจากผู้เขียนที่มีความรู้หรือประสบการณ์ขั้นสูงในทางวิชาการหรือวิชาชีพ ทั้งนี้บทความดังกล่าวจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิเช่นเดียวกับบทความอื่นๆ

         ง.       บทวิจารณ์หนังสือ (Book Review)

         จ.       บทความสัมภาษณ์หรือรายงานการประชุมสัมมนา (Interview Report or Seminar Report)

         ทั้งนี้ บทความนั้นจะต้องไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารใดมาก่อน และไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น บทความทุกประเภทยกเว้นบทความสัมภาษณ์หรือรายงานการประชุมสัมมนา จะถูกส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้องกลั่นกรองอย่างน้อย 2 ท่าน โดยหลักการกองบรรณาธิการจะแจ้งผลการพิจารณาบทความให้ผู้เขียนทราบภายใน 4 สัปดาห์หลังจากได้รับบทความ บทความที่ผ่านการกลั่นกรอง อาจต้องปรับแก้ก่อนได้รับอนุมัติให้ตีพิมพ์ ผู้เขียนจะมีสิทธิ์ตรวจแก้ต้นฉบับก่อนพิมพ์ ซึ่งจะต้องตรวจทาน แก้ไข และส่งผลกลับภายในเวลาที่กำหนด กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการปรับแต่งถ้อยคำตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับรูปแบบของวารสาร

         บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ทางวารสารญี่ปุ่นศึกษา จะมอบวารสารที่ตีพิมพ์แล้วจำนวน 5 ฉบับให้แก่
ผู้นิพนธ์ บทความที่ไม่ผ่านการพิจารณาให้พิมพ์ ทางกองบรรณาธิการจะแจ้งให้ผู้เขียนทราบทางอีเมลทันทีที่
ทราบผล แต่จะไม่ส่งต้นฉบับคืนผู้เขียน

การเตรียมต้นฉบับ

  1. บทความเขียนเป็นภาษาไทย ภาษาอังกฤษ หรือภาษาญี่ปุ่น ทั้งนี้ หากภาษาที่ใช้ในบทความไม่ใช่ภาษาแรกของผู้เขียน ต้องผ่านการตรวจสอบความถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาก่อนส่งบทความ
  2. ต้นฉบับต้องมีความยาวไม่เกิน 16 หน้า คอลัมน์เดียว ไม่เว้นบรรทัด ใช้อักษร Cordia New 16 สำหรับต้นฉบับภาษาไทย Times New Roman 10 สำหรับต้นฉบับภาษาอังกฤษ และ MSMincho 10 สำหรับต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น
  3. บทความต้องประกอบด้วย ชื่อบทความ ชื่อนามสกุลจริง ตำแหน่งงาน หน่วยงานที่สังกัด และ อีเมลของผู้เขียน บทคัดย่อ คำสำคัญ เนื้อหา และเอกสารอ้างอิง ทั้งหมดต้องมีทั้งภาษาต้นฉบับและภาษาอังกฤษ ยกเว้นเนื้อหา
  4. ทุกบทความ รวมทั้งบทความที่เขียนด้วยภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่น จะต้องมีบทคัดย่อภาษาอังกฤษ (Abstract) ความยาวประมาณ 300 คำ และคำสำคัญ (Keywords) 3-5 คำ
  5. โครงสร้างของบทความยึดตามเกณฑ์คำนิยามบทความวิจัยหรือบทความวิชาการดังอธิบายข้างต้น
  6. บทความควรมีตาราง แผนภูมิ และภาพประกอบในจำนวนที่เหมาะสม ชื่อและคำบรรยายในตาราง แผนภูมิ และภาพ ขอให้ใช้ภาษาอังกฤษ ภาพควรมีความคมชัดและละเอียดไม่ต่ำกว่า 600×800 พิกเซล
  7. การอ้างอิงและการเขียนเอกสารอ้างอิง ให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ โดยใช้รูปแบบของ American Psychological Association (APA) กรณีที่เอกสารอ้างอิงเป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ให้ระบุภาษาต้นทางไว้ในวงเล็บดังนี้ (in Thai) (in Japanese) ดูตัวอย่างการเขียนเอกสารอ้างอิงประกอบ
  8. เขียนประวัติส่วนตัวของผู้เขียนอย่างย่อๆ ระบุตำแหน่งและต้นสังกัดปัจจุบัน ประวัติการศึกษา หัวข้อวิจัยที่สนใจ และผลงานวิชาการที่โดดเด่น โดยมีความยาวไม่เกิน 5 บรรทัดในหน้าสุดท้ายของตัวบทความ