ยิ่งโตยิ่งปล่อย: เด็กและวัยเด็กในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ถึงการปฏิรูปการปกครองสมัยรัชกาลที่ 5

Main Article Content

ภาคิน นิมมานนรวงศ์

Abstract

ในช่วงครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 25 รัฐไทยมุ่งส่งเสริมบทบาทของพ่อแม่ต่อความสุขและสวัสดิภาพของลูกมากขึ้นเมื่อความเจริญของเด็กเท่ากับความเจริญของชาติ เด็กค่อยๆ สูญเสียความหมายทางเศรษฐกิจซึ่งถูกแทนที่ด้วยคุณค่าทางอารมณ์และการศึกษา ขณะเดียวกัน ความใส่ใจของพ่อแม่ต่อความสุขและสวัสดิภาพของลูกๆ เริ่มขยายครอบคลุมถึง “เด็กวัยรุ่น” บทความนี้เสนอว่าความเข้าใจดังกล่าวเป็นเพียงผลผลิตของประวัติศาสตร์ราวหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมาเท่านั้น การศึกษาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายของเด็กและวัยเด็ก รวมถึงบทบาทของเด็กภายในกลุ่มสังคมไทยในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นจนถึงการปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 แสดงให้เห็นว่าแบบแผนของความเข้าใจเกี่ยวกับเด็ก รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับกลุ่มทางสังคมในเวลานั้นมีลักษณะเป็นความสัมพันธ์แบบ “ยิ่งโตยิ่งปล่อย” ใน 2 ความหมาย กล่าวคือ ยิ่งโตขึ้น ผู้คนยิ่งปล่อยให้ดูแลตัวเองได้มากขึ้นโดยช่วงวัยที่อันตรายและน่าห่วงเป็นพิเศษไม่ใช่วัยหนุ่มสาว แต่เป็นขวบปีแรกๆ ของชีวิต นอกจากนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองยังปล่อยให้เด็กมีบทบาททางเศรษฐกิจในครัวเรือนได้มากขึ้น โดยเฉพาะในกรณีของเด็กผู้หญิง บทความอาศัยข้อค้นพบจากองค์ความรู้ต่างสาขา ประกอบกับการวิเคราะห์เปรียบเทียบหลักฐานในช่วงเวลาดังกล่าวกับตัวแบบทางประวัติศาสตร์ 3 ประเภท ได้แก่ ภาษาและชุดคำเกี่ยวกับเด็ก พิธีกรรมและความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับเด็ก และวิถีการผลิต เพื่อชี้ให้เห็นว่าเราสามารถเข้าใจประวัติศาสตร์เด็กและวัยเด็กได้ภายใต้ความสัมพันธ์ทางชีววัฒนธรรม อันหมายถึงความสัมพันธ์แบบวิภาษวิธีระหว่างโลกธรรมชาติ/ชีววิทยากับโลกทางวัฒนธรรม

During the second half of the 20th century, the Thai state propagated the intimate relationship between parents and children since the prosperity of children and family was perceived as equal to the prosperity of the nation. Step by step Thai children acquired more emotional and educational values in lieu of economic importance. Meanwhile dekwairoon (adolescence) became known as a critical stage in need of somewhat special attention from parents. The paper argues that these were recent phenomenon of the past century. The study of people’s understandings of children and childhood and the roles of children in Thai social groups during the early Bangkok period to the Chakri Reformation suggests a different picture, which the paper calls “Let the Fledglings Fly”. On the one hand, the more children grew up, the more they were expected to learn how to be integrated into household production, especially girls. On the other hand, as they grew up, children were regarded to become more mature. Rather than “adolescence”, the early years of Thai children’s lives was regarded as the most dangerous age. Drawing on insights from interdisciplinary approaches, the paper traces patterns of understandings and social relations of children by investigating  3 historical models, including language, rituals and religious traditions, and modes of production of Thai society. It contends that the history of children and childhood could be grasped through a biocultural approach: a dialectical relationship between natural/biological and cultural world.

Article Details

Section
บทความวิจัย